How many solar panels do I need to produce enough electricity to run my house?
The array size you need depends on your average electrical usage, climate, roof angle, shading problems and many other factors. To approximate the array size you need, multiply your average daily electrical demand in kilowatt-hours by 0.25. The result is the approximate size of solar array, in kilowatts, needed to meet your electrical demand.
http://www.gepower.com/prod_serv/products/solar/en/faqs/resid_sys.htm#faq15
2005/Sep/20
2005/Sep/05
21.วันวานในความทรงจำ จอมเวทย์ดำแห่งเอเดน
ร่างสูงของบุรุษผู้ครองตำแหน่งเสนาธิการฝ่ายซ้ายแห่งป้อมอัศวินวิ่งเลียบกำแพงโรงเรีียนมาอย่างรวดเร็วราวกับว่ากำลังหนีอะไรหรือใครบางคนจนมาหยุดที่ประตูใหญ่ทางออกโรงเรียน ใบหน้าสวยหันซ้ายหันขวาก่อนจะออกแรงดันประตูใหญ่นั้นให้เปิดออกและแทรกร่างผ่านซอกประตูนั้นเข้าไปอย่างรวดเร็ว
"เฮ้อ....กว่าจะหลุดออกมาได้" ชายหนุ่มถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอกขณะยืนพิงประตูโรงเรียนอยู่อย่างสบายใจ ใบหน้างามนั้นดูเริงร่า รอยยิ้มน้อยๆ ของเจ้าตัวยิ่งขับความงามให้ใบหน้าสวยของชายหนุ่มดูรา่วกับหญิงสาวไม่ปาน แต่ทุกอย่างก็คงดูดีกว่านี้หากว่านัยน์ตาคู่สีน้ำตาลคู่โตจะไม่ได้ดูเริงรื่นไปกับความรู้สึกที่ืแสดงออกมาสักนิด รอยยิ้มที่เจ้่าตัวฝืนค่อยๆ เลือนหายไปปรากฏเำพียงใบหน้าที่ดูเศร้าหมองเต็มที
ขอโทษด้วยนะทุกๆ คน ที่ฉันจะไปโดยไม่ลา โดยเฉพาะนาย คิล ฉันขอโทษที่ไม่แม้แต่จะกล่าวลานายที่ำได้ชื่อว่าเป็นเพื่อนสนิทที่สุดของฉัีน พวกนายทุกคนก็น่าจะรู้ดีนะว่าฉันมันไม่ชอบการร่ำลาสักเท่าำไร แม้แต่ในงานฉลองพิธีจบกาีรศึกษาของพวกเราฉันก็ยังหนีมา ก็ได้แต่หวังว่าสักวันเราจะมีโอกาสได้พบกันอีก
เฟรินคิดพลางยิ้มเศร้าๆ ให้กับตนเองที่ไม่แม้แต่จะกล้าเอ่ยคำว่า ลาก่อน หัวขโมยหนุ่มได้แต่ยืนนิ่งอยู่ในสภาพนั้นพักใหญ่จนมีเสียงที่ิแสนจะคุ้นเคยดังขึ้น
"ถ้่าสำนึกผิดแล้วขอโทษตอนนี้ก็ยังทันนะ เฟริน" เสียงนั้นเรียกให้เจ้าตัวยุ่งเงยหน้าขึ้นมองอย่่างรวดเร็ว พลัน นัยน์ตาคู่สีน้ำตาลก็สบเข้ากับนัยน์ตาคู่สีม่วงที่แสนจะคุ้นเคย บุรุษผู้เป็นเจ้าของเสียงเมื่อครู่ก็คือบุรุษผู้ที่เธอนับมันเป็นเพื่อนตาย ทายาทคนสำคัญของตระกูลนักฆ่า คิล ฟิลมัส นั่นเอง นัยน์ตาคู่สีม่วงที่ทอดมองมาบัดนี้เป็นประกายราวสนุกสนานราวกับว่ากำลังจับเด็กที่ทำผิดได้
"ไง เฟริน เห็นฉันแล้วทำอย่างกับเห็นผี ไม่ดีใจเลยรึไงที่นักฆ่าผู้แสนดีผู้นี้จะตามนายมา" คิลกล่าวไลพลางยิ้มยั่วหัวขโมยที่หน้าเริ่มซีดขึ้นทุกขณะ จนสุดท้าย เจ้าตัวก็ตะโกนออกมาอย่างเหลืออด
"ไอ้ึคิล... แก...." แต่ยังไม่ทันที่เขาจะพูดจบ ชายหนุ่มก็ต้องหยุดชะงักเมื่ออยู่ๆ ก็มีมือที่สามยื่นมาปิดปากทำให้เขาต้องหุบปากไปโดยปริยาย นัยน์ตาคู่สีน้ำตาลพลันตวัดมองเจ้าของมือผู้บังอาจมาขัดขวางการพูดของตนทันที พลันก็บังเอิญสบเข้ากับนัยน์ตาคู่สีมรกตของอีกฝ่าย แววตาคู่ที่แสนจะเจ้าเล่ห์และรู้ทันเขาเสมอ
"เงียบเถอะ เฟริน เดี๋ยวพวกที่นายพยายามจะหนีมาเขาจะรู้ตัวเสียเปล่าๆ" โร เอ่ยขึ้นพลางยิ้มน้ิอยๆ นัยน์ตาคู่สีเขียวพลันตวัดมองอาการอึ้งของหนึ่งหัวขโมยและหนึ่วนักฆ่า
ดูท่ามันจะตกใจกับการปรากฏตัวของฉันน่าดู
โรคิดพลางแอบหัวเราะขึ้นในใจ
"โร เซวาเรส" คนเป็นนักฆ่าที่ดูจะได้สติขึ้นก่อนเอ่ยขึ้น นัยน์ตาคู่สีม่วงของเจ้าตัวเริ่มเป็นประกายประำหลาดยามทอดสายตามองอีกหนึ่งเสนาธิการคนสำคัญ
"นึกไม่ถึงสินะที่จะเจอฉันที่นี่ คิล" ขอทานหนุ่มเอ่ยพลางยิ้มๆ ในขณะที่ไอ้ตัวยุ่งเริ่มทำหน้่ายุ่งสมชื่ิอ
"ไม่เห็นไอ้บ้านั่นบอกเลยว่านายก็จะไปด้วย" เฟรินสบถออกมาเมื่อนึกถึงไอ้บ้าที่ว่า ซึ่งก็ไม่ใช่ใครที่ไหน แต่เป็นคนเพียงคนเดียวที่นัดให้ไปด้วยกัน เฟย์ เกรเดเวลนั่นเอง แต่ถึวเขาจะคิดเช่นนี้แต่อีกใจหนึ่งก็อดที่จะรู้สึกอุ่นใจขึ้นมาไม่ได้เมื่อนึกขึ้นว่าจะมีเพื่อนสนิทอย่างคิล และบุรุษที่เปรียบเสมือนคู่หูที่เจ้าตัวไม่เึคยจะยอมรับอย่างโร ร่วมทางไปด้วย และในบางทีระหว่างการเดินทางครั้งนี้เขา่ยังอาจจะกล่อมให้เฟย์ยอมบอกความจริงทั้งหมดแก่คิลก็เป็นได้ แต่เมื่อนึกมาถึงตรงนี้ใจของเขาก็อกประหวัดถึงอีกบุคคลหนึ่งไม่ได้ บุรุษผู้เป็นต้นเหตุของการเดินทางครั้งนี้ บุรุษผู้จากไปโดยไร้ร่องรอยของข่าวคราว.... เจ้าชายคาโล วาเนบลี....
"เออ ว่าแต่หมอนั่นไปไหนซะหล่ะ" แล้วเฟรินก็นึกขึ้นได้ว่าเขายังไม่เห็นเฟย์เลย คนเป็นขอทานชะงักไปชั่วครู่ นัยน์ตาคู่สีเขียวทอประกายประหลาดก่อนจะกลับเป็นดังเดิมในชั่วพริบตา
"หมอนั่นกลับบ้านไปแล้ว" โรตอบสั้นๆ พลางจงใจหลบสา่ยตาไปอีกทาง
"นายว่าอะำไีรนะโร" เฟรินร้ิองขึ้นอย่างตกใจ ก่อนจะถามย้ำ
"นายบอกไอ้บ้านั่นไปแล้ว"
"ใช่ เฟริน" โรย้ำ นัยน์ตาคู่สีเขียวเงยขึ้นสบนัยน์ตาคู่สีน้ำตาลโดยตรงเพื่อเสริมความมั่นใจ ก่อนที่จะเอ่ยต่อ
"หมอนั่นยังฝากบอกนายอีกว่า ถ้ามีเหตุด่วนอะไรให้นายใช้พลังได้เต็มที่ ไม่ต้ิองเกรงใจ" พอจบประโยคของขอทาน คนเป็นหัวขโมยก็อ้าปากค้างก่อนที่คิ้วเรียวบนใบหน้างามจะขมวดมุ่นและสบถออกมาอย่างไม่สบอารมณ์นัก
"ไอ้บ้า ไอ้พี่บ้า สัญญาไม่เป็นสัญญา คอยดูเหอะถ้าเจอหน้ากันคราวหน้าได้เห็นดีกันแน่"
"เฟริน นี่มันเรื่องอะำไรกัน ไอ้บ้าที่นายว่ามันหมายถึงใคร" คนเป็นนักฆ่าที่เงียบฟังมานานพอสมควรถามขึ้นอย่างอดไมได้ แต่แทนที่จะได้รับคำตอบ เขากลับได้รับนัยน์ตาขุ่นขวับที่เจ้าตัวยุ่งส่งกลับมา
"อย่าให้ฉันต้ิองเอ่ยถึงไอ้บ้านั่นนะคิล ฉันไม่มีอารมณ์จะมาเอ่ยอะไรให้นายฟัง ไอ้บ้าไม่รักษาสัญญา" ท้ายประโยคเฟรินกลับมาสบถอีกครา
"โอเค ไม่พูดก็ไม่พูดวะ" นักฆ่าจำใจต้องหยุดความสงสัยของตนไว้เท่านั้น เพราะดูท่าอารมณ์ของเจ้าตัวผู้เป็นเพื่อนจะไม่ค่อยคงที่เสียเท่าไหร่
และบางทีนี่อาจเป็นสาเหตุหนึ่งที่ คิล ฟิลมัส ไม่ได้ล่วงรู้เรื่องของ เฟย์ เกรเดเวล เมื่อ ๓ ปีที่แล้วก็เป็นได้
"ไป คิล ไม่มีหมอนั่นเราก็ไปกันแค่นี้ก็ได้" หัวขโมยเอ่ยพลางเตรียมออกเดินด้วยใบหน้าบึ้งตึงอย่างคนที่ำไม่คลายอารมณ์โกรธ
"เฮ้ย เฟริน แกจะไปไหนน่ะ" คิลตะโกนถามขึ้น
"บ๊ะ ก็ไปคาโนวาลน่ะสิ ถามได้" เฟรินกล่าวจบก็เดินล่วงหน้าไปทันทีโดยไม่สนใจบุรุษทั้งสอง คิลหันมามองหน้าโรนิดๆ ก่อนจะตัดสินใจวิ่งตามเฟรินไป ทันทีที่ลับร่างของเพื่อนทั้งสอง ขอทานแห่งทริสทอร์พลันสลายรอยยิ้มบนใบหน้าทันที ใบหน้าอ่อนวัยของบุรุษเช่นเขากลับเคร่งขรึมขึ้นในพริบตา
"้เห็นทีงานนี้จะยุ่งยากอย่างที่นายคิดซะแล้วล่ะ เฟย์" ชายหนุ่มกล่าวขึ้นมาเบาๆ พลางนึกย้อนไปยัง ๑ ชั่วโมงก่อนหน้านี้....
"เอาละโร เฟรินบอกว่าจะมาเจอฉันที่นี่ในอีกหนึ่งชั่วโมงให้หลังนี้ หลังจากนั้นเีราก็จะไปคาโนวาลกัน" เสียงทุ้มนุ่้มสม่ำเ่สมอดังขึ้นจากเฟย์ในคราบพี่ชายตัวแสบคนเดิม ชายหนุ่มกำลังยืนคุยอยู่กลับขอทานแห่งทริสทอร์ฺบริเวณกำแพงด้านนอกโรงเรียนพระราชาเอดินเบิร์ก
"อือ หวังว่าเหตุการณ์คงเป็นไปด้วยดีนะ" โรตอบรับขึ้นเบาๆ เรียกรอยยิ้มน้อยๆ ให้ปรากฏบนใบหน้าของพ่อมดแห่งเดมอส
"มันต้องเป็นไปด้วยดีสิโร เฟรินจะไม่เป็นอะไร ในเมื่อเป้าหมายของหมอนั่นความจริงแล้วเป็นฉัน ไม่ใช่มันสักหน่อย"ิเฟย์ย้ำ คนเป็นขอทานจึงคลายสีหน้ากังวลลงได้บ้าง แต่ไม่ทันไรที่เฟย์กล่าวจบ ก็ปรากฏนกพิราบขาวบินตรงมาทางเขาทั้งสองคน เฟย์ชะงักสีหน้าทันทีที่เห็นนกตัวดังกล่าว ชายหนุ่มยกมือขึ้นคว้านกพิราบนั้นไว้ และทันทีที่มือของบุรุษแห่งเดมอสสัมผัสถูกตัวพิราบขาว มันก็พลันกลายสภาพเป็นจดหมายแผ่นหนึ่งในทันที
"เฟย์ นี่มัน" ขอทานแห่งทริสทอร์ำพยายามจะพูดออกมา แต่่เฟย์เพียงขยับมือขึ้นห้ามไว้พร้อมกับเป็นฝ่ายพูดขึ้นเสียเอง
"สารด่วนจากเดมอส" ชายหนุ่มกล่าวสั้นๆ พลางคลี่จดหมายออกอ่าน คิ้วเรียวบนใบหน้าสวยขมวดมุ่นเมื่อเห็นเนื้อความในจดหมายชัดเจน
เรียนท่านเฟย์
กระหม่อม โกโกม โคมุส มีเรื่องด่วนจะ้เรียนให้เจ้าชายทรงทราบ สายของเรารายงานมาว่า คิงบาโรได้เสด็จสวรรคตโดยที่คาโนวาลพยายามปกปิดข่าวจากเมืองอื่น ในเวลานี้เป็นการภายในท่านคาโลได้ขึ้นครองราชย์เป็นกษัตริย์องค์ใหม่แห่งคาโนวาลแล้วและได้้เตรียมกรีฑาทัพเข้าบุกเดมอสของเรา ทางเราพยายามติดต่อถามสาเหตุเนื่องจากท่านเจ้าเห็นแก่ไมตรีจิตของท่านคาโลและเจ้าหญิงเฟลิโอน่า แต่ทางคาโนวาลก็ไม่ได้ติดต่อกลับมา ท่านเจ้าจึงมีรับสั่งให้้เจ้าชายทรงรีบเสด็จกลับเดมอสโดยทันทีเพื่อเข้าร่วมหารือรับมือทัพคาโนวาลกับสภาสูงในฐานะจอมทัพ ทางด้านความปลอดภัยของเจ้าหญิงเฟลิโอน่านั้นขอให้เจ้าชายทรงเห็นแก่ส่วนรวมอย่าได้เห็นแก่ความต้องการส่วนตัวจนลืมภัยของชาวเดมอส ท่านเจ้าเชื่อว่าท่านโร และท่านคิลจะต้องดูแลเจ้าหญิงได้แน่นอน และท่านเจ้าบังทรงอณุญาติให้เจ้าหญิงทรงใช้พลังได้เต็มที่ไม่ต้องยั้งมือหากเกิดเหตุการณ์คับขัน กระหม่อมหวังว่าจะได้พบพระองค์ในเร็ววันนี้
ด้วยความเคารพอย่างสูง
โกโดม โคมุส
"แล้วนายจะเอายังไงล่ะ เฟย์" โรเอ่ยถามขึ้นพลางทอดสายตามองอาการนิ่งของคนตรงหน้า บุรุษผู้ดำรงยศ 'เจ้าชายแห่งเดมอส' พลันเผยรอยยิ้มน้อยๆ ที่มุมปาก รอยยิ้มที่คนเป็นขอทา่นเห็นแล้วถึงกับรู้สึกได้เป็นครั้งแรกถึงความเย็นชาของคนตรงหน้า
"จะมีอะไรล่ะโร ฉันคงต้องรีบกลับเดมอสอย่างที่ว่าน่ะแหล่ะ ทางด้านนี้คงต้องฝากนายดูแลด้วย ฉันเชื่อว่าไอ้คิลยังไงก็ต้องตา่มไปด้วยแน่นอน ไม่รู้ว่าครั้งหน้าไอ้จอมเวทย์ดำมันจะมาไม้ไหน เอาเป็นว่าฉันจะรีบไปรีบกลับล่ะกันถ้าไม่เกิดปัญหาอะไรขึ้นซะก่อน" กล่าวจบ เฟย์ก็หันไปเขียนอักขระ้เวทย์บนพื้นพร้อมกับร่ายคาถาเบาๆ ชั่วพริยตาก็ปรากฏร่างมังกรสีดำสนิทขึ้นที่เบื้องหน้าของชายหนุ่ม
"เฟย์ แล้วเรื่องคาโลล่ะ จะให้ฉันบอกเฟรินไหม" โรกล่าว นัยน์ตาคู่สีเขียวสบเข้าก็บคู่สีน้ำตาลตรงๆ เฟย์นิ่งก่อนจะถอนหายใจออกมาเล็กน้อย
"ยังไงยัยนั่นก็จะไปคาโนวาลอยู่แล้วนี่ รู้ก่อนรู้ทีหลังก็ไม่ต่างกันสักเท่าไรหรอก เอาเป็นว่านายก็ถ่วงเอาไว้ให้นานที่สุดล่ะกัน แต่เรื่องที่มันจะบุกเดมอสน่ะนายก็จำไว้อย่างล่ะกัน" กล่าวมาถึงตรงนี้เฟย์ก็เหยียดรอยยิ้่มที่คาดเดาอารมณ์ได้ยากออกมา
"แม่ทัพที่คิงแห่งคาโนวาลจะต้องเผชิญหน้าด้วยก็ึืึิุคือฉัน และฉันไม่เคยปล่อยให้ใครก็ตามที่คิดร้ายต่อเดมอสรอดไปได้" พูดจบ ชายหนุ่มก็ปีันขึ้นหลังมังกรและบังคับให้มันบินออกไปทันทีโดยไม่เหลียวหลังมาอีก ทิ้งให้ขอทานแห่งทริสทอร์ยืนตะลึงกับคำพูดและความรู้สึกที่สัมผัสได้ในเสี้ยววินาที
พลังแห่งความมืดที่มากเสียจนสัมผัสไม่ได้ ความน่าสะำพรึงกลัวของไอปีศาจที่บางทีอาจเทียบเท่าราชาีปีศาจเอวิเดส และที่น่ากลัวที่สุดไม่ใช่แค่อำนาจที่บุรุษผู้นี้มี แต่คือสติปัญญาอันเฉียบแหลมและความเจ้าเล่ห์ระดับที่เขาเองก็ยังเทียบไม่ได้ โชคดีแค่ไหนแล้วที่เขาไม่ได้เป็นศัตรูกับบุรุษผู้นี้ เฟย์ เกรเดเวล พ่อมดดำแห่งเดมอส
------------------------------------------------------------------------
"โร ถึงยัง" เสียงของเฟรินดังขึ้นเรียกให้สารถีจำเป็นอย่างขอทานแห่งทริสทอร์จำต้องขยับรอยยิ้มน้อยๆ ก่อนที่จะเอ่ยตอบไป
"ก็ใกล้แล้วล่ะ เฟริน" เขาตอบพลางมองตรงไปข้างหน้ายังปราสาทและป้อมปราการใหญ่ที่ได้ชื่อว่าแข็งแกร่งที่สุดในเอเดน หลังจากออกจากเอดินเบิร์กแล้ว เขาก็จัดการหาม้า และเกวียนมาบริการเจ้าตัวยุ่งโดยมีเขากับคิลผลัดกันเป็นสารถีจำเป็นให้กับเจ้าหญิงจำแลง หรือตัวแสบประจำป้อมอัศวินที่วันๆ ไม่เคยคิดจริงจังกับชีวิต จนมีหลายครั้งที่เขาเองยังอดส่ายหน้ามิได้ แต่ขอทานผู้นี้ก็รู้ดีว่า หากวันใดที่เจ้าหญิงแห่งเดมอสที่เขาเฝ้าดูแลมาตลอดเจ็ดปีนี้รู้เรื่องที่เฟย์พยายามปิดบังเข้า บางทีเขาก็อดมีลางสังหรณ์ไม่ได้ว่าจะไม่ได้เห็นรอยยิ้่มของเธอผู้นี้อีกเลยตลอดกาล
"ถึงแล้ว เฟริน" โรเอ่ยขึ้นเมื่อรถม้าิิแล่นมาจอดใกล้ๆ กำแพงเมืองคาโนวาล แต่ก็ยังอยู่ในรัศมีอับสายตาที่ฝ่ายตรงข้ามไม่มีทางเห็นพวกเขา ในยามสงครามเช่นนี้ ทำให้ขอทานแห่งทริสทอร์ที่พยายามเลี่ยงเมืองเพื่อไม่ให้เจ้าตัวยุ่งทราบข่าวสงครามตัดสินใจที่จะเข้าเมืองเงียบๆ
"ไหนวะถึงของแก โร นี่มันนอกเมืองนี่นา" เฟรินบ่นออกมาแต่ก็ยินยอมลงมาจากเกวียนโดยดี คิลส่ายหน้าน้อยๆ อย่างปลงอนิจจังก่อนจะตามเจ้าตัวยุ่งลงมาเช่นกัน ขอทานแห่งทริสทอร์ยิ้มน้อยๆ ขณะทอดสายตามองสภาพของแต่ละคน
"นายอยากเข้าเมืองเงียบๆ หรืออยากโดนทหารตรวจอย่างละเอียดก่อนล่ะ เฟริน" โรพูดขึ้นพลางชี้ไปทางเกวียนหลายคันที่โดนดักไว้ที่ประตูเมือง และมีทหารในเครื่องแบบหลายคนกำลังตรวจตราอย่างละเอียด
"ไม่แน่นะ ทหารพวกนี้่อาจกำลังตามจับขโมยอยู่ก็ได้ ว่าแต่นายเคยไปขโมยอะไรในคาโนวาลรึเปล่าล่ะ เฟริน" เสียงของคนเป็นขอทานดังขึ้นลอยๆ ราวกับต้องการตอกย้ำทำเอาคนมีชนักติดหลังอยู่ถึงกับสะดุ้ง หันซ้ายหันขวาเตรียมหาทางหนีทีไล่ตามสัญชาตญาณ ทำ้เ้อาผู้เป็นเพื่อนซี้ถึงกับกลั้นหัวเราะเอาไว้ไม่อยู่
"ฮ่า ฮ่า ฮ่า เฟริน อย่าเพิ่งร้อนตัวไปสิ เขาไม่ได้ตามจับนายหรอก ก็นายเองก็อยู่ที่เอดินเบิร์กตลอดไม่รึ"คิลพูดขึ้นพลางกลั้นหัวเราะจนเฟรินมีสีหน้าดีขึ้น แต่สุดท้ายเจ้านักฆ่าก็มิวายแหย่กลับ
"หรือว่าพวกนั้นมาตามจับนายเพราะนายเกิดไปขโมยหัวใจของเจ้าชายแห่งคาโนวาลเข้าล่ะ" พอจบประโยค นักฆ่าผู้รักสนุกก็ถูกจอมหัวขโมยผู้ริอาจขโมยหัวใจเจ้าชายถึบลงไปนอนจุกอยู่กับพื้่น
"หึ ไอ้คิล พูดอะไรของแกวะ" เฟรินสบถออกมา แต่ก็มิอาจซ่อนความอายได้มิด เพราะบัดนี้ใบหน้าสวยๆของหญิงสาวในคราบชายหนุ่มแดงระเรื่ออย่างเห็นได้ชัด คิลที่ำพอลุกขึ้นมาได้ก็ยิ้มน้่อยๆ กับอาการอายของเพื่ิอน
"ไหง เฟริน ไหนว่าเก่งนักไง ฉันพูดความจริงแคานี้ก็อายซะแล้ว ทีขอแต่งงานกันต่อหน้าฉันล่ะไม่เห็นอายเลย" คิลกล่าวออกไปแล้วก็ต้องรีบปิดปากตัวเองอย่างตกใจ เมื่อนึกขึ้นได้ว่าเบื้องหน้าเขายังมีขอทานแห่งทริสทอร์อยู่ด้วย
"ไม่ต้องห่วงหรอกคิล ฉันรู้เรื่ิองเฟรินทั้งหมดแล้ว" โรตอบพลางยิ้มกว้างโดยที่เพื่อนทั้งสองไม่ทันสังเกตเลยว่าชั่วครู่ นัยน์ตาคู่สีเขียวของขอทานแห่งทริสทอร์กระตุกไปชั่วขณะ
"นายรู้แล้ว" คิลเอ่ยขึ้นอย่างไม่อยากเชื่อ เลยต้องหันไปมองเฟรินซึ่งก็พยักหน้าเป็นเชิงยืนยัน
"ข้าเองก็รู้นะ" เสียงทุ้มดัวแทรกขึ้นให้ทุกคนหยุดชะงักและหันไปมองทางต้นเสียงก็พบว่า เบื้ิองหน้าของพวกเขามิได้ว่างเปล่าอีกต่อไป ร่างสูงสง่าสมชายชาตรีนั่งเอกเขนกอยู่บนก้อนหินใหญ่อย่างสบายอารมณ์ ผมสีดำยาวเรี่ยหลังตัดกับอาภรณ์หรูหราสีขาวสะอาดตา ใบหน้าคมสันประดับไปด้วยรอยยิ้มที่ดูเจ้าเล่ห์ไม่แพ้ใครบางคน และโดยเฉพาะนัยน์ตาคู่สีนิลดั่งรัตติกาลที่ดูมีอำนาจดึงดูดประหลาดจนยากที่จะละสายตาไปได้
"นายเป็นใครฮะ ใหญ่มาจากไหน อย่ามาทำเป็นรู้ดีไปหน่อยเลยน่า" เสียงเจ้าตัวยุ่งเอ่ยขึ้ัน ก่อนที่จะยิ้มยั่วบุีุรุษปริศนาอย่างไม่ดูสถานการณ์
"หึหึ.........ฮ่้า ฮ่า ฮ่า ท่านนี่ทำให้ข้าหายเซ็งขาดเลยนะ" บุรุษปริศนาหัวเราะออกมาก่อนจะยิ้มกริ่ม
"ข้าชื่อ เอลรีส เซร อากริเทียร์ ใหญ่ไม่ใหญ่ชาวเอเดนก็เรียกขานข้าเป็นจอมเวทย์ดำผู้เชี่ยวชาญมนต์ดำอันดับหนึ่งในเอเดนละกัน ส่วนไอ้เรื่องสู่รู้น่ะ มันโรคประจำตัว ขอโทษนะที่คงแก้ไม่ได้" ทันทีที่ฝ่ายตรงข้ามกล่าวจบ นักฆ่าแห่งซาเรสก็มีสีหน้าเครียดขึ้นมาทันที ในขณะที่ขอทานแห่งทริสทอร์เพียงยืนนิ่ีงๆ อย่างครุ่นคิด นัยน์ตาคู่สีเขียวทอประกายประหลาดที่ยากจะคาดเดาำได้
"เอลรีส เซร อากริเทียร์ จอมเวทย์ดำแห่งเอเดนงั้นรึ ไม่เห็นเคยได้ยินเลย" เฟรินทวนขึ้นมาก่อนจะส่ายหน้าเป็นเชิงช่วยไม่ได้ เล่นเอาำคนเป็นเพื่ิิอยสนิทถึงกับอดหัวเราะไม่อยู่และคนเป็นจอมเวทย์ผู้เลื่องชื่อถึงกับอ้าปากค้าง ก่อนที่อาการตื่นตะลึำงจะแปรเปลี่ยนเป็นรอยยิ้มกว้าง
"หึ หึ หึ ฝีปากของธิดาแห่งความมืดนี่สมคำร่ำลือจริงๆ แม้แต่รูปโฉมยามอยู่ในร่างผู้ชายก็ไม่ได้ลดทอนไปเลย ไม่เสียทีที่ำ่พ่อมดดำอุตส่าห์ประคบประหงมถึงขนาดนี้ ว่าแต่ฝ่าบาทไม่ทราบจริงๆ หรือว่าข้ามาทำไม" คิ้วเรียวบนใบหน้างามขมวดมุ่นเมื่อได้ยินประโยคดังกล่าว
"ถ้าฉันรู้แล้วฉันจะถามทำไมฟะ" เจ้าตัวยุ่งสบถออกมาด้วยน้ำเสียงที่ไม่พอใจเสียเท่าไร เรียกรอยยิ้มกว้างให้ปรากฏบนใบหน้าของเอลรีส
"ตอนแรกจุึดมุ่งหมายของข้าก็มิได้อยู่ที่ท่านโดยตรงหรอกนะ เพียงแค่อยากใช้ท่านล่อเหยื่อออกมา"
"งั้นที่ำพวกใต้ดินกล่าวกันว่าจอมเวทย์ดำกำลังหมายหัวธิดาแห่งความมืดอยู่ก็คงเป็นเรื่องจริงสินะ ว่าไง ฉันพูดถูกไหม" เสียงแทรกขึ้นจากคิล ฟิลมัส เรียกสายตาทุกคู่ให้หันไปมองด้วยความแปลกใจ โดยเฉพาัะนัียน์ตาคู่สีดำสนิทถึงกับเป็นประกาย
"ไม่เสียทีที่เป็น ทายาทคนสำคัญแห่งตระกูลนักฆ่าอันดับหนึ่งของซาเรสนะ คิลมัส ฟิลมัส"
"หึ มันแน่อยู่แล้ว ก็ค่าหัวไอ้เฟรินเนี่ยมันแพงใช่เล่น รู้สึกจะติดอันดับหนึ่งในสามรองจากเจ้าปีศาจเอวิเดสและไฮคิงซะด้วยสิ" คนเป็นนักฆ่ากล่าวพลางยักไหล่ เรียกเสียงหัวเราะน้่อยๆ จากคนมีค่าหัวแพง
"ไอ้ึิึคิล บ้านแกนี่ก็ไม่รู้จักเลิกราซะทีนะ" กล่าวจบ เฟรินก็หันไปทางจอมเวทย์ดำพลางกล่าวขึ้น
"นี่นาย มีแผนอะไรก็รีบว่ามา ฉันมีธุระต้องรีบไป ไม่มีเวลามาเล่นกับนายหรอกนะ" แต่ยังไม่ทันที่เอลรีสจะตอบ เสียงของโรก็ดังแทรกขึ้นเสียก่อน
"ความจริงจุดประสงค์ของจอมเวทย์ดำคือล่อพ่อมดดำออกมาจากเดมอสเพื่อท้าประลอง เฟริน นายเป็นเพียงเหยื่อล่อที่บังเอิญเข้าำไปอยู่ในแผนการเท่านั้น เรื่อวความลับของนายก็คงเป็นผู้ว่าจ้่างเป็นคนบอกกล่าว และเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างธิดาแห่งความมืดกับพ่อมดดำที่ำพวกใต้ดินลือกันว่าเป็นลูกศิษย์เพียงคนเดียวของเจ้าปีศาจเอวิเดสคงไม่ใช่เรื่องยากเกินความสามารถของคนตระกูลอากริเทียร์หรอก เนตรพันตาที่มีคุณสมบัติในการสอดแนมคงอยู่ที่ท่านสินะ เอลรีส เซรย์ ทายาทเำีพียงคนเดียวที่เหลืออยู่ของอากริเทียร์"
"โร ที่แกพูดเป็นความจริงรึ งั้นก็แสดงว่าที่หมอนั่นมันมาหาฉันถึงนี่ก็เป็นเำพราัะ" เฟรินที่ถึงกับชอล์คกับเรื่องที่ได้รับรู้พยายามกล่าวออกมา ในขณะที่คิล ฟิลมัส กลับเป็นฝ่ายนิ่งเงียบไปเมื่อเรื่องที่ทุกคนกล่าวดูราวกับว่าเขาเป็นคนเดียสที่ไม่รู้เรื่องสักเท่าไร แต่นัยน์ตาคู่สีม่วงก็ไม่อาจซ่อนประกายแห่งความอยากรู้ไปได้
"ก็เป็นเำพราัะท่านผู้นั้นเป็นห่วงความปลอดภัยของฝ่าบาทยังไงล่ะ ข้าอยากรู้นักว่าฝ่าบาทมีดีอะไรถึงทำให้พ่อมดดำ้เสียเวลาขนาดนั้นก็เลยเปลี่ยนใจมาพบท่านแทน" คนเป็นจอมเวทย์ดำตอบแทนพลางยิ้มกวนประสาทให้เฟริน
"ไอ้บ้า ฉันน่ะไม่เคยเห็นใครบ้าเท่านายมาก่อนเลย ดูท่าในโลกนี้คงมีัคนบ้ากว่าฉันแล้วล่ะคิล ที่คิดแผนแบบนี้ขึ้นมาได้" หัวขโมยหนุ่มที่ดูท่าจะเริ่มตั้งสติได้บ้างแล้วพูดขึ้นอย่างทีเล่นทีจริง
หากในใจก็เริ่มนึกไปถึงคนเป็นพ่อมดดำไม่ได้
เฟย์ นี่นายเห็นฉันสำคัญขนาดนี้เชีัยวหรือ..........
"ไม่แปลกหรอกเฟริน จอมเวทย์ดำขึ้นชื่อว่ามีนิสัยแปลกประหลาดที่สุดในเอเดน ไม่ว่าใครก็คิดตามนิสัยแบบนี้ไม่ทันหรอก" คิลกล่าว รอยยิ้มน้อยๆผุดขึ้นที่ริมฝีปากอย่างเริ่มสนุก
"แล้วตกลงนายจะเอายังไงกับฉัน ฮึ เอลรีส" ไอ้ตัวยุ่งเริ่มกลับมากวนประสาทตามนิสัย เรียกให้เพื่อนอีกสองคนอดยิ้มไม่ได้
นี่แหล่ะคืิอเสน่ห์อย่างหนึ่งของธิดาแห่งความมืดที่ทำให้ไม่ว่าใครหน้าไหนที่ได้เจออดยิ้มไม่ได้ แม้จะเพียงเสี้ยววินาทีก็ตาม
"เรามาประลองหมากรุกกันซักตั้งเป็นไง ฝึมือหมากข้าไม่เึคยแพ้ใครหรอกนะ" คำเชิญชวนดังออกมาจากปากคนเป็นจอมเวทย์ดำทำให้เฟรินชะงักสีหน้า ก่อนจะยิ้มน้อยๆ ตอบไป
"ประลองกับนายนี่นะ ฉันคงต้องคิดดูก่อน" และยังไม่ทันที่หัวขโมยจะกล่าวต่อ เอลรีัสก็โพล่งขึ้นราวกับรู้ทัน
"ถ้าฝ่าบาทชนะ ต่อไปนี้จะไม่มีจอมเวทย์ดำอีกต่อไป ข้าจะขอเป็นผู้ติดตามท่าน และไม่แน่ข้าอาจมีข่าวเกี่ยวกับคนรักของท่านก็ได้นะ แต่ถ้าฝ่าบาทแพ้ ข้าก็ลา" ข้อต่อรองถูกยกออกมาทำเอาเฟรินชะงักพร้อมกับคำนึงถึงผลดีผลเสียในใจ
ฉันชักถูกใจไอ้จอมเวทย์ประหลาดๆ คนนี้แล้วสิ ถ้าชนะ ก็ได้ชื่อว่าลบชื่อจอมเวทย์ดำออกจากเอเดน แถมได้มันมาเป็นพวกก็ดีไม่น้อย ดูจากนิสัยแก้เหงาได้ชะงัดเชียว แล้วยังข่าวไอ้คาโลอีก ไม่ต้องเสีัยเวลาไปตามหา ดีทั้งขึ้นทั้งล่อง แพ้ก็ไม่เสียหายอะไร
"งั้นเีราก็มาลองดูกัน บอกไว้ก่อนนะ ไอ้ฉันน่ะมันก็ไม่ยอมแพ้ง่ายๆ ซะด้วยสิ" เฟรินตอบรับพลางยิ้มน้อยๆ
เดี๋ยวมาต่อนะคคะ
edit @ 2005/09/06 07:45:21
edit @ 2005/09/06 08:07:14
edit @ 2005/09/06 09:07:05
edit @ 2005/09/06 10:06:32
edit @ 2005/09/06 14:03:52
edit @ 2005/09/07 12:33:06
edit @ 2005/09/27 13:56:42
edit @ 2005/09/28 12:55:21
edit @ 2005/10/12 12:00:42
edit @ 2005/10/24 13:58:34
2005/Aug/30
ferin 1
.


